ขึ้นชื่อว่าเป็น “ขยะ” แล้วนั้น เป็นอะไรที่เราจะต้องหาทางดูแลและกำจัดให้เรียบร้อยกันนะครับ เพราะขยะเองก็มีมากมายหลายแบบกันเลย บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “ขยะที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม” กันดีกว่าครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ
ขยะมีกี่ประเภท
ขยะถูกจัดแบ่งประเภทได้ออกเป็น 4 ประเภท ดังต่อไปนี้
– ขยะทั่วไป (General Waste) ขยะที่ย่อยสลายได้ยาก ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือไม่คุ้มค่าแก่การนำไปรีไซเคิล
– ขยะอินทรีย์ (Organic Waste) ขยะจากร้านอาหาร ครัวเรือน ตลาดและการทำการเกษตร ที่สามารถย่อยสลายและเน่าเปื่อยได้ง่าย
– ขยะอุตสาหกรรม (Industrial Waste) ขยะจากขั้นตอนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งควรพิจารณาแยกชิ้นส่วนที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
– ขยะติดเชื้อและขยะอันตราย (Hazardous Waste) ขยะที่เกิดการปนเปื้อน หรือมีส่วนประกอบเป็นวัตถุอันตราย และขยะที่ผ่านการใช้ในโรงพยาบาล
ตัวอย่างขยะที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
●ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) เช่น คอมพิวเตอร์เก่า โทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากอาจมีสารเคมีอันตรายเช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท ซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
●ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่ใช้แล้ว เนื่องจากมีสารเคมีอย่างปรอทและตะกั่วที่เป็นพิษ ซึ่งหากปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำหรือดินจะทำให้เกิดมลพิษ
●ขยะจากสารเคมีและของเสียอันตรายในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น น้ำมันเครื่อง สารละลายอินทรีย์ สีและสารเคมี หากปล่อยทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อมจะทำให้เกิดมลพิษอย่างรุนแรง
●ยาและเวชภัณฑ์หมดอายุ เนื่องจากมีสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดพิษต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ จึงต้องกำจัดอย่างถูกวิธี
●หลอดไฟฟ้า โดยเฉพาะหลอดฟลูออเรสเซนต์และหลอดประหยัดพลังงาน เนื่องจากมีสารปรอทซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
●ขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาล เช่น ผ้าก๊อซปนเปื้อนเลือด ของมีคม อาจนำเชื้อโรคและสารพิษไปปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
การจัดการขยะอันตรายเหล่านี้อย่างถูกวิธี เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์
หลัก 3R ที่เราควรรู้
1. Refuse
จากรายงานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ระบุว่า ประเทศไทยมีปริมาณขยะประเภทพลาสติกและโฟมมากถึง 2.7 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 7,000 ตันต่อวันเลยทีเดียว ซึ่งในจำนวนนี้ ไม่สามารถกำจัดด้วยวิธีฟังกลบได้ทั้งหมด เพราะพลาสติกจะใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี! แต่ขณะเดียวกัน ขยะประเภทนี้ ก็ไม่สามารถนำไปเผาทำลายได้ เพราะถุงพลาสติกมีส่วนประกอบของเม็ดปิโตรเลียม ซึ่งเมื่อระเหยไปในบรรยากาศจะสร้างสารปนเปื้อนในดินและน้ำ ฉะนั้นแล้ว ทางที่ดีคือเลือกปฏิเสธแล้วหันมาใช้ถุงผ้า กล่องข้าวที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ไปจนถึงภาชนะใช้ซ้ำต่างๆ อย่างหลอด ขวดน้ำ ช้อนส้อม ตะเกียบ นอกจากลดขยะ ลดพลาสติก ไปจนถึงโฟมได้แล้ว
2. Recycle
ทุกคนคงเคยเห็นถังขยะหลากหลายสีมาตั้งแต่เด็ก แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากการแยกขยะให้เป็นนิสัยจะช่วยให้กำจัดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว มันยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ใช้ในกระบวนการกำจัดขยะอีกด้วย! เพราะแต่ละวัน เจ้าหน้าที่ต้องเก็บขยะวันละมากกว่า 9,000 ตัน ซึ่งใช้งบประมาณมากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นค่าจ้างฝังกลบขยะตันละมากกว่า 100 บาท ซึ่งการแยกขยะ และทิ้งขยะลงถังตามสี คือ ทิ้งเศษอาหาร กากของผัก ผลไม้ ในถังสีเขียว ทิ้งแก้ว อลูมิเนียม หรือวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ในถังสีเหลือง และทิ้งขยะทั่วไปที่สามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิง ตลอดจนใช้เป็นสิ่งประดิษฐ์ด้วยเช่นกัน
3. Reuse
วิธีที่ช่วยลดขยะอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดคือการพยายามใช้สิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างคุ้มค่า อาจจะเริ่มจากการใช้ปากกาจนหมดด้าม เขียนดินสอจนหมดแท่ง หรือเริ่มจากการใช้กระดาษให้เต็มทั้งสองหน้าจนเป็นนิสัย แต่หากเท่านั้นยังไม่พอ และอยากก้าวล้ำไปอีกขั้น อยากชวนให้ทุกคนลองเอาของที่ไม่ใช้แล้วมาทำเป็นของใช้ หรือดัดแปลงเป็นของ D.I.Y กันดู อาจเริ่มจากอะไรง่ายๆ เช่นการทำกระถางต้นไม้จากขวดน้ำพลาสติก หรือการนำเสื้อยืดที่ไม่ใด้ใส่แล้วมาตัดเป็นถุงผ้าชอปปิ้งสุดเก๋ ก็ได้เช่นกัน
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ขยะที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม” ที่เรานำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกันนะครับ
