หนึ่งในจุดเด่นของวัฒนธรรมไทย นอกจาก “รอยยิ้ม” นั้นก็คือ “การไหว้” นั้นเองครับ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยที่ต่างชาติต่างจำกันได้ครับ โดยบทความนี้อยากที่จะพาทุกๆ ท่านไป “รู้จักกับประวัติของ การไหว้” กันดูครับ จะเป็นอย่างไร มีข้อมูลแบบไหนบ้าง…เราไปชมกันดีกว่าครับผม

การไหว้คืออะไร?

ไหว้ เป็นการทักทายของชาวไทย เพื่อแสดงความเคารพหรือสักการะด้วยการพนมมือเช่นเดียวกับการทำ อัญชลีมุทรา ของวัฒนธรรมอินเดีย ถือเป็นการให้เกียรติและแสดงถึงความมีสัมมาคารวะแก่กันและกัน นอกจากนี้ยังแสดงถึงการขอบคุณ การขอโทษ การยกย่อง หรืออื่น ๆ ตามแต่โอกาส การไหว้จะใช้สองมือขึ้นประนมเหมือนดอกบัวตูมไว้ระหว่างอก นิ้วแนบชิดสนิทกัน ศอกสองข้างแนบชิดลำตัว และยกขึ้นไหว้ในระดับต่าง ๆ โดยใช้มือกับใบหน้าเป็นตัวแบ่งระดับ

ประวัติการไหว้

พะนอม แก้วกำเนิด อดีตเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวว่าการไหว้ เป็นการแสดงออกโดยธรรมชาติของมนุษย์เพื่อแสดงความรักและเคารพต่อกัน[1] วัฒนธรรมการไหว้ของไทย มีมาแต่เมื่อไร ไม่ปรากฏหลักฐานคาดว่าน่าจะรับมาจากอารยธรรมอินเดียผ่านศาสนาฮินดูและพุทธ ซึ่งมีการประนมมือเช่นเดียวกันนี้มาตั้งแต่ 4,000 ปีก่อน ดังปรากฏหลักฐานเป็นภาพในตราประทับทำจากดินเหนียวของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ ส.พลายน้อย ระบุว่า มีหลักฐานทางโบราณคดีเป็นรูปคนพนมมือบนหินชนวนจากวัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย และตุ๊กตาสังคโลกเป็นรูปผู้ชายนั่งพนมมือ แสดงให้เห็นว่าคนไทยรู้จักการไหว้มาช้านานแล้ว ซึ่งเมื่อชาวไทยรับวัฒนธรรมการไหว้มา ก็ได้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต เวลา และสถานที่ จนกลายเป็นขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมหนึ่งของไทย

แต่เดิมคนไทยจะทักทายคำพูดต่างๆ ร่วมไปด้วย เช่น สบายดีหรือ ไปไหนมา หรือกินข้าวมาหรือยัง[ทว่าความหมายบ่งไปเชิงสู่รู้ ฟังดูไม่เหมาะสมนักกระทั่งพระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) เป็นผู้ริเริ่มการทักทายด้วยคำว่า “สวัสดี” เป็นคำทักทายทั้งเมื่อพบหน้าและจากกัน ใช้กันในหมู่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2476 ต่อมาในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้ใช้คำดังกล่าวเป็นคำทักทายเมื่อ พ.ศ. 2481ซึ่งคำทักทายนี้จะถูกใช้พูดประกอบการไหว้ อย่างไรก็ตามคำว่า สวัสดี ถือเป็นวาจาอันเป็นมงคลที่มีมาช้านาน ดังปรากฏในจารึกยุคอาณาจักรตามพรลิงค์ เมื่อ พ.ศ. 1773 นอกจากหลักฐานจากภาคใต้แล้ว ศิลาจารึกจากภาคเหนือและภาคอีสานก็มีการใช้คำว่าสวัสดี เพราะเป็นถ้อยคำมงคลในพระศาสนา

ระดับของการไหว้

●ระดับที่ 1 การไหว้พระ

ได้แก่การไหว้พระรัตนตรัย ปูชนียวัตถุ ปูชนียสถาน ในกรณีที่ไม่สามารถกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ได้ โดยประนมมือให้ปลายนิ้วจรดส่วนบนของหน้าผากหรือหัวแม่มือจรดระหว่างคิ้ว ชาย ยืนค้อมตัวให้ต่ำพร้อมกับยกมือไหว้ หญิง ย่อเข่าลงให้ต่ำ โดยถอยเท้าข้างใดข้างหนึ่งตามถนัดพร้อมกับยกมือไหว้

●ระดับที่ 2 การไหว้ผู้มีพระคุณและผู้อาวุโส ได้แก่ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ครูอาจารย์และผู้ที่เราเคารพนับถือ ประนมมือให้ปลายนิ้วชี้จรดระหว่างคิ้ว ชาย ค้อมตัวลงน้อยกว่าระดับที่ 1 หญิง ย่อเข่าลงน้อยกว่าระดับที่ 1 โดยถอยเท้าข้างที่ถนัดพร้อมยกมือขึ้นไหว้

●ระดับที่ 3 การไหว้บุคคลทั่วไป รวมถึงผู้เสมอกัน ประนมมือขึ้นให้ปลายนิ้วจรดปลายจมูก ชาย ค้อมตัวลงน้อยกว่าระดับที่ 2 หญิง ย่อเข่าน้อยกว่าระดับที่ 2โดยถอยเท้าข้างที่ถนัดพร้อมกับยกมือไหว้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “รู้จักกับประวัติของ การไหว้” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นกันครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกันนะครับ